HomeLifestyle 10 กว่าปี กับมะเร็ง 3 ครั้ง แต่ฉันยังหัวเราะดังๆ ได้

10 กว่าปี กับมะเร็ง 3 ครั้ง แต่ฉันยังหัวเราะดังๆ ได้

          คงน่าตกใจและใจหายไม่น้อยนะคะ ถ้าอยู่ดีๆ เราถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งแถมยังเหลือเวลาใช้ชีวิตแค่เพียง 8 เดือน... วินาทีนั้นคงช็อคและท้อแน่ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่กับ "เค้ก สุมลรัตน์ พิรักษา" เจ้าของร้านอาหารย่านทาวน์อินทาวน์คนสวย วัย 28 ปี คนนี้แน่นอนค่ะ

ก็ปวดขานะ... แต่คงไม่เป็นอะไรหรอก

          อาการแรกเริ่มของเธอเริ่มจากปวดขาอยู่บ่อยครั้งเมื่อตอนอายุ 15 ปี แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร เพราะตัวเองเป็นนักกีฬาที่เล่นกีฬาค่อนข้างหนัก ไปหาหมอครั้งแรกหมอก็ให้พักการเล่นกีฬาไปก่อน แต่หยุดเล่นกีฬาไปก็แล้ว อาการก็ไม่ดีขึ้น ขายังบวมขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงไปหาหมออีกครั้งแล้วพบว่ามีเนื้อร้ายที่ใหญ่ขึ้นมากกว่าขาอีกข้างของเธอถึง 10 เซนติเมตร

ครั้งแรกของเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า "คีโม"

         ครั้งแรกของเธอ หมอได้ให้คีโมเดือนละครั้ง ทำทั้งหมด 3 คอร์ส เป็นช่วงที่เธอทรมานมากๆ เพราะผมร่วง แสบผิว แถมยังกินอาหารไม่ค่อยได้ แต่กลับพบว่าร่างกายไม่ได้ต้องสนอง คุณหมอจึงต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นการฉายแสงแทน

          หลังจากฉายแสงมา 25 ครั้ง บทสรุปของการรักษาคืออาการไม่ดีขึ้น คุณหมอจึงแนะนำให้เธอตัดขา เนื่องจากร่างกายไม่ตอบสนองการรักษาเลย เธอจึงพยายามต่อรองกับคุณหมอทุกทางเพื่อรักษาขาไว้ เธอเล่าด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า ตอนนั้นคิดแค่ว่าทรมานมาขนาดนี้แล้ว ผมก็ไม่เหลือ ชีวิตก็ไม่ปกติเหมือนเด็กคนอื่น นี่ฉันยังจะต้องไม่มีขาอีกหรอ?

ทำทุกวิธีเพื่อรักษาขาเอาไว้

         เธอถามรายละเอียดหมอทั้งหมดว่าถ้าตัดขาต้องตัดไล่ลงไปตั้งแต่ตรงไหน หมอก็บอกว่าต้องตัดตั้งแต่เข่าลงไป แล้วก็ให้คีโมต่อ แต่ลดโดสลงมาเพราะเซลล์มะเร็งจะอยู่ในกระแสเลือดด้วย

          จึงเกิดคำถามในใจเธอว่า "ในเมื่อมะเร็งไม่ได้หายไปแถมยังต้องกลับไปให้คีโมอีก... แล้วจะตัดขาทำไม?" เธอจึงตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะไม่ตัดขา แต่หมอก็ยังยืนยันคำเดิม พร้อมกับนัดวันผ่าตัดให้เธอเรียบร้อย

ได้เวลาตัด... สินใจ

         เธอตกลงกับแม่ว่าคำตอบคือ "ไม่ตัดขา" เพราะตอนนั้นเธอคิดว่าแค่สิ่งที่เธอเจออยู่มันก็เกินไปแล้วสำหรับเด็กอายุ 15 สิ่งที่เธอคิดตอนนั้นคือถ้าตัดขาแล้วจะบอกเพื่อนที่โรงเรียนว่ายังไง? ลำพังแค่ทุกวันนี้ก็ต้องใส่วิกไปเรียนโดยที่ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าตัดขาทิ้ง เพื่อนต้องรู้แน่ๆ

          สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ได้ตัดขา และต้องไปหาหมอเพื่อตรวจทุกๆ 3 เดือนโดยมีคุณแม่ที่น่ารักคอยดูแลเรื่องวิตามิน และเธอยังไปปฏิบัติธรรมด้วย ความรู้สึกของเธอค่อยๆ ดีขึ้น เธอคิดว่า "เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา แค่ตอนนี้ไม่ทรมานมาก และได้ใช้ชีวิตก็พอแล้ว" และแล้วมะเร็งครั้งแรกของเธอก็หายในที่สุด แต่ข่าวร้ายคือหายไปแค่เพียง 2 ปี

มะเร็งครั้งที่ 2

          คราวนี้เนื้อร้ายถูกพบที่ข้อพับขาด้านหลัง เธอก็กลับไปรักษาตัวเหมือนเดิมด้วยการฉายแสง และหมอก็พูดคำพูดเดิมอีกครั้งคือ "เธอต้องตัดขา" แต่คราวนี้ดูจะแย่กว่าเดิมตรงที่ต้องตัดไล่ตั้งแต่สะโพกลงไป และก็เป็นอย่างเดิม เธอดื้ออีกครั้ง ฉายแสงและใช้วิธีรักษาตามแบบฉบับของตัวเองคือ ใช้ชีวิตปกติ ไม่ดราม่า ไม่คิดมาก และไม่ไปโฟกัสกับมัน แถมยังไปปฏิบัติธรรมอีกครั้ง แล้วก้อนเนื้อที่ปูดเท่ากำปั้นก็หายไปจริงๆ 

และแล้วครั้งที่ 3 ก็มาถึง

         ต่อมาอีก 2 ปี มะเร็งก็กลับมาอีกครั้งตอนที่เธออายุ 19 ปี แต่คราวนี้ไม่ธรรมดาเพราะมันมาที่ปอด ซึ่งตอนนั้นเป็นภาวะกระจายแล้ว ซึ่งจะมี 2 ทางคือเข้าสู่ปอด และเข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง และที่สำคัญคือฉายแสงไม่ได้แล้ว แต่ต้องให้คีโมแทน ตอนนั้นเธอคิดว่าโตแล้ว ไม่อยากทำคีโมอีกแล้ว จนหมอบอกว่ามันอันตรายมาก ถ้าไม่ทำจะอยู่ได้อีกแค่ 8 เดือนเท่านั้น

          เมื่อได้ยินอย่างนั้นเธอก็ตกใจมากเพราะไม่เคยมีใครกำหนด Deadline ชีวิตขนาดนี้ แต่ก็นับเป็นโชคดีของเธอมากๆ ที่ไม่มีอาการอะไรเลยนอกจากรู้สึกอ่อนแอและเหนื่อยง่าย

          จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็นับเป็นเวลา 10 ปีมาแล้ว เธอก็ใช้ชีวิตปกติมาเรื่อยๆ สนุกสนาน ไม่คิดมาก ไม่จมอยู่กับความกลัว เธอเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ เธอบอกว่ายาก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าในวันนั้นเราเลือกที่จะตายไปกับมัน... เราก็คงจะตายไปแล้วจริงๆ ถ้าเราทำชีวิตให้มีความสุข เราก็จะมีความสุขเหมือนทุกวันนี้

          ซึ่งเราขอยืนยันเลยนะคะ ว่าเธอเป็นหญิงสาวที่อารมณ์ดีที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมาจริงๆ เราจึงอยากให้เรื่องของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ ได้รู้ว่าชีวิตมักมี 2 ทางเลือกให้เราเสมอคือ "เลือกที่จะทุกข์" หรือ "เลือกที่จะสุข" ยังไงเราก็ขอเป็นกำลังใจให้สาวเค้ก และสาวๆ คอสโมฯ ทุกคนนะคะ

 

ติดตามข่าวสารอัพเดทเทรนด์ก่อนใครได้ที่

www.facebook.com/cosmothailand

www.instagram.com/cosmothailand

JOIN US :

 

Cosmo Channel

 
 

Most Read